บทความรีวิวการท่องเที่ยวครั้งแรก ของเรา โหด มันส์ ฮา แค่ไหน ตามมาอ่านกันได้นะคะ
วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2558
สังขละบุรี ตอนที่ 1 ภาคโหด
สวัสดีค่ะ เพื่อนๆทุกคนที่เข้ามาอ่านและติดตามนะคะ
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่า...ที่คิดเขียนบล็อคนี้ขึ้นมา
...............เพราะอยากลองค่ะ ฮ่าาาา
อยากมีบล็อคเป็นของตัวเองจ้า
วันนี้เราจะมารีวิว "ทริปชุ่มชำ่ นั่งรถไฟฟรี โบกรถเที่ยว +สังขละบุรี กาญจบุรี " กับเพื่อนสาวผู้เป็นโสดหมาดๆจ้าาาาา
Do it best Let it be ไปกันเล๊ยยยย
สำหรับทริปนี้ เราไปกันวันหยุดยาวค่ะ 11-13 กค. 2557 ตรงกับวันเข้าพรรษาพอดี๊ พอดี (นานมากแล้ว ฮ่าๆๆ)
............กว่าเรา 2 คนจะหาที่พักกันได้ ใช้เวลาตั้ง 3 อาทิตย์ โอ๊วววแม่เจ้า (ก็บังเอิญหาแต่ที่ ที่รีวิวอ่ะนะ ก็เต็มอ่ะดิ).........แต่.......ในความโชคร้าย(มั้ง) ก็มีโชคดีน๊าาา ในที่สุดก็ได้มาแล้ว "สังขละ การ์เด้นท์ โฮม" รีวิวในพันทิปน้อยมาก ให้ตายเถอะ เราจะเจอที่พักแบบไหนน๊าาาา
ได้ที่พักกันแล้ววววว รอเดินทางละทีนี้ ^____^
"ตื่นๆได้แล้ว" เสียงเพื่อนปลุก งัวเงียตื่นขึ้นมาพร้อมกับ ว๊าวววววว วิวสวยมากกกก เธอเอ้ย นี่ละไฮไลท์
หลังจากนั่งชมวิวจนเพลินตาเพลินใจไปแล้ว บรรยากาศแอบน่ากลัวนะ เพราะครึ้มฟ้าครึ้มฝนตลอดทาง แถมรางไม้ที่ขบวนรถไฟเคลื่อนไป มีทีท่าว่าจะรอดแหล่มิรอดแหล่ ได้แต่ภาวนาให้ผ่านช่องทางนี้อย่างปลอดภัย >///< (นี่มันทางรถไฟสายมรณะเชียวนะ ประวัติศาสตร์มันน่ากลัวด้วยนะเธอออ)
ยังไม่ถึงไหนเลย บ่ายสองกว่าแล้ว ท้องเริ่มร้องอีกแล้ว มองหาของกิน สุดท้ายมาจบกับไอ้นี่
กินเสร็จ นั่งไปเรื่อยๆ สัก 1 สถานี(มั้ง) ก็ถึง เกาะมหามงคล สถานที่ปฏิบัติธรรมอันโด่งดังของเมืองกาญจนบุรี ผู้ใจบุญของเราลงไปแล้ว รวมถึงฝูงชนมากมายที่เบียดเสียดกันมาต่างทยอยลงที่สถานีนี้ เฮ้ออ โล่งแล้วเธอ รถไฟเป็นของเรา ฮ่าาา ผู้ที่เหลือส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นจับกลุ่มกันมา รวมทั้งเรา 2 คนด้วย คนน้อยแล้ว เสียงดังได้ คุยกันได้ เซลฟี่กันได้ ฮ่าๆๆๆ
หลังจากนั่งเม้าท์กับเพื่อนอย่างเมามัน มาได้สักครึ่งชั่วโมง และแล้ว ก็ถึงแล้วเธอ สถานีน้ำตก ดีใจเหมือนได้มงกุฎนางงาม ฮ่าาาา (รถไฟถึงเลทมาก ในตั๋วบอกถึงสถานีน้ำตก 12.35 น. แต่เราถึงกันจริง 15.30 น. ค่า คุณพระ โหดสุด ตุ๊ดรัสเซียมากกก ^O^)
พอลงรถไฟ เราก็มองหารถโดยสารทันที ค่ำแล้วกลัวตกรถ เราจะขึ้นรถเพื่อต่อไปขึ้นรถบัสที่ตัวเมือง อ.ทองผาภูมิ แล้วต่อไปยัง อ.สังขละบุรี จุดหมายปลายทางของเราในทริปนี้
เรายังไม่ถึง อ.ทองผาภูมิ เลยนะ จากสถานีน้ำตกไปถึง สังขละฯ ก็อีก 200 กว่ากิโลเมตร ตอนนี้เกือบ 4 โมงเย็นแล้ว พึ่งได้ขึ้นรถเข้าตัวเมือง ค่าตั๋วประมาณ 80 บาท คนก็เยอะเหมือนเดิมเธอ (จะเยอะไปไหนคะเนี่ย =..='') พอมาถึงในตัวเมือง อ.ทองผาภูมิ พี่รถบัสแกใจดี จัดรถพิเศษให้พวกที่จะไปสังขละฯ ด้วย ดีใจมาก เราจะได้ไม่ต้องวิ่งหารถ เพราะตอนนั้นก็ 5 โมงเย็นแล้ว กว่าจะถึงสังขละฯ ก็อีกไกล มืดแน่ๆ อากาศก็อึมครึมเหลือเกิน ขึ้นรถแล้ว หลับได้ ไว้เจอกันตอนถึง สังขละฯ นะคะ ^____^
แต่........เส้นทางจาก ทองผาภูมิ ไป สังขละฯ ถือว่าเป็นอะไรที่ตื่นเต้นที่สุดในชีวิตที่เคยเจอมาแล้ว สำหรับการนั่งรถบัสขึ้นเขา ทั้ง โค้ง ชัน(ชันมาก) ฝนตกถนนลื่น รั้วกั้นทางไม่มี ทางแคบ หมอกหนา คนเยอะ รถหนัก สารพัด บลาๆๆ ไม่กล้าหลับกันเลยทีเดียว ลุ้นตลอดทาง แต่วิวข้างทางก็สวยมากเลยนะ มองลงไปเจอหมู่บ้านริมแม่น้ำชองการี มีเมฆหมอกลอยผ่าน อย่างเอื่อยแอ่ว ทั้ง 2 ข้างทาง ผู้คนที่นี่เค้าอยู่กันแบบไม่มีไฟฟ้าได้ยังไงกันนะ
เดินทางมานาน จนมืดค่ำไร้แสงเงาใดๆ เราก็ยังไม่ถึงจุดหมาย ฮ่าๆๆๆ โหดดีจริงๆ แต่เอาเถอะวันนี้เราไม่มีทางลืมมันแน่นอน
ติดตามตอนต่อไปได้ที่นี่ค่ะ
http://pangpong1991.blogspot.com/
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่า...ที่คิดเขียนบล็อคนี้ขึ้นมา
...............เพราะอยากลองค่ะ ฮ่าาาา
อยากมีบล็อคเป็นของตัวเองจ้า
วันนี้เราจะมารีวิว "ทริปชุ่มชำ่ นั่งรถไฟฟรี โบกรถเที่ยว +สังขละบุรี กาญจบุรี " กับเพื่อนสาวผู้เป็นโสดหมาดๆจ้าาาาา
Do it best Let it be ไปกันเล๊ยยยย
สำหรับทริปนี้ เราไปกันวันหยุดยาวค่ะ 11-13 กค. 2557 ตรงกับวันเข้าพรรษาพอดี๊ พอดี (นานมากแล้ว ฮ่าๆๆ)
............กว่าเรา 2 คนจะหาที่พักกันได้ ใช้เวลาตั้ง 3 อาทิตย์ โอ๊วววแม่เจ้า (ก็บังเอิญหาแต่ที่ ที่รีวิวอ่ะนะ ก็เต็มอ่ะดิ).........แต่.......ในความโชคร้าย(มั้ง) ก็มีโชคดีน๊าาา ในที่สุดก็ได้มาแล้ว "สังขละ การ์เด้นท์ โฮม" รีวิวในพันทิปน้อยมาก ให้ตายเถอะ เราจะเจอที่พักแบบไหนน๊าาาา
ได้ที่พักกันแล้ววววว รอเดินทางละทีนี้ ^____^
รวมภาพบรรยากาศ ทริปชุ่มช่ำ
วันที่ 11 กค. นัดเพื่อนไว้ที่ BTS สยาม เวลา 06.00 น.
แต่ แต่ แต่........นี่เราลงทุนนั่งรถจากขอนแก่นมาคืนวันที่ 10 แล้วมานอนห้องพี่แถวๆรังสิต เพื่อทริปนี้เลยนะเนี่ย (บอกแล้วว่าชอบเที่ยว ฮ่าๆๆ) กว่าจะตื่น กว่าจะแหวกด่านรถติดมาได้ สายแล้ว สายมากกกกก
ถึงแล้ว BTS สยาม เย้ๆๆ >>> ยังๆ ยังไม่ถึง ต้องต่อไปอีกนะจ๊ะ ที่ BTS สะพานตากสิน
แล้วต้องลงเพื่อขึ้นเรือไปที่ ท่าเรือรถไฟ อีกกก อร๊ายยยย ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึง จะทันม๊ายยยยยย รถไฟออก 07.50 น. นะ ตอนนี้จะ 7 โมงครึ่งแล้ววววววว อ๊าคคคคคค
ขณะนั่งเรือไปขึ้นรถไฟฟรี (เครียดสุดๆ >> เรานี่แหละ ฮ่าา)
ถึงแล้วววว ท่าเรือรถไฟ เราต้องไปขึ้นรถไฟที่ สถานีรถไฟธนบุรี แล้วที่นี่มันที่ไหนว๊าา บ้านนอกเข้ากรุง หนูไม่รู้จักค๊าาาา พอมองนาฬิกา คุณพระ!!! อีก 5 นาทีจ้าาา วิ่งสิคะท่านผู้โช้มมมมม วิ่งๆๆๆๆๆ จะขึ้นรถ รถก็ช้า วิ่งเอาก็ด๊ายยยย วิ่งไปถามไป ฮ่าๆๆๆ ของก็พะรุงพะรังเหลือเกิ้นนนน
วิ่งมาสักพัก...มองเห็นทางแยกไปสถานีละ เจอฝรั่งวัยรุ่นท่านหนึ่ง กำลังถามทางไปสถานี เราก็แบบพวกชอบของอินเตอร์ เลยแอบกระซิบไปว่า นี่ๆเธอ พวกเราก็จะไปเหมือนกัน วิ่งไปด้วยกันมั้ย อีก 3 นาที รถไฟจะออก เท่านั้นละจ้า วิ่งใส่เกียร์สุนัขกันทั้ง 3 นาง ฮ่าๆๆๆ เหนื่อยโฮกกกก (หารูปตอนวิ่งไม่เจอ T^T) สัญญาว่าจะค้นหาให้สุดชีวิต เพื่อเอามาอัพให้เพื่อนๆดู เพราะปลื้มมมม มากกกก ฮ่าๆ
ปล.เค้าชื่อ เคลวิน กำลังจะไปเที่ยวเมืองกาญฯ ไปคนเดียว ย้ำไปคนเดียวนะเธอ (เช็ดน้ำหมากๆ ฮ่าๆ)
เย้ๆ ถึงแล้วววว (สังเกต มวลมหาประชาชน =..='')
สไลด์ตัว 45 องศา เพื่อไปรับตั๋ว ฮ่าาา เวอร์ไปละ
เรา >> "พี่คะๆ ขอตั๋ว 2 ใบ ไปกาญฯค่ะ"
คนขาย >> "สักครู่นะคะ"
เรา >> "พี่ไม่เอาบัตรประชาชนเหรอคะ" ทำหน้า งง
คนขาย >> "ไม่ค่ะ" ยิ้มหวาน
แอบ งง คือ คนก่อนหน้าขอบัตร แต่เราไม่เอา ฮ่าๆๆ
นี่คือตั๋วรถไฟฟรี ตื่นเต้นมาก นั่งรถไฟฟรีไทยครั้งแรก ฮ่าๆๆ ( >///<'')
ขณะนี้เวลา 8 โมงกว่าๆแล้ว รถไฟไม่มีทีท่าว่าจะออกเลย =.='' หลอกกันวิ่งนี่นา โธ่ อุตส่าห์รีบ สงสัยวันนี้คนเยอะมากเป็นพิเศษ แอบคิดว่ารถไฟคงไม่มีที่นั่งแน่นอน นึกสภาพตัวเองไม่ออกว่า จะยืนยังไงให้ถึงเมืองกาญฯ T^T ส่วนเคลวิน เค้าสบายไปแล้ว ชาวต่างชาติเสียเงินร้อยเดียว ก็มีที่นั่งเบาะนุ่มเชียว เรานะเหรอ จะขอซื้อคนขายก็ไม่ขายให้ ฮ่าๆๆ (ที่นั่งเหลือตั้งเยอะ >.<) เอาเหอะเป็นไงเป็นกัน
รอ.........รอ........รอ.........กว่าจะได้ขึ้นรถไฟต้องเบียดเสียดฝูงชน แก่งแย่งที่นั่งกันสุดฤทธิ์ อึ๊บ ฮึ๊บ ฮึ๊บ เย้ ได้ที่ยืนละ ฮ่าๆๆๆ
ดูสิเธอ เราจะยืนยังง๊ายย ฮ่าๆๆ
ฤกษ์ดี 9 โมงกว่า รถไฟเพิ่งเคลื่อนตัว ฟินมากน้ำตาจะไหล แล้วจู่ๆ ก็มีมือดีมากระแซะๆที่ตัวเราแล้วก็มีเสียงๆหนึ่งดังขึ้น เปรียบได้จากเสียงของสรวงสวรรค์ดังเข้ามา ฮ่าๆๆ >>> "พี่คะๆ ไม่มีที่นั่งเหรอคะ มานั่งกับหนูก็ได้นะคะ หนูมากับแม่จองที่ไว้เกิน แล้วไม่มีใครนั่ง" ห๊ะ อะไรนะ เอาใหม่ซิ โอ้ยยยย ให้ตายเถอะโรบิ้น นึกว่าหูฝาด สวรรค์มาโปรดแท้ๆ แม่คุณเอ๊ยยย ฮ่าๆ
โฉมหน้าคุณแม่กับคุณลูกผู้ใจบุญ (ขออนุญาตลงรูปนะคะ^^)
สอบถามมาแล้ว ผู้ใจบุญของเราที่เสียสละที่นั่งให้เรานั้น เค้าจะไปปฏิบัติธรรมที่ เกาะมหามงคล คือดีอ่ะ คือสวย คือใจบุญ น่ารักที่สุด ขอให้เจริญๆนะคะ
นั่งรถไฟมาก็นาน จนลืมเวลา (นานแบบฉบับรถไฟไทย เสน่ห์อันทรงคุณค่า ฮี่ๆ) หลับๆตื่นๆ ท้องเริ่มร้องแล้วสิ ลืมไปเลยว่ายังไม่ได้ทานอะไรกันมาตั้งแต่เช้า พอถึง สถานีนครปฐม มีคนขึ้นมาขายของกินด้วย เย้ !! รอดตาย เดินมาแล้ว>>สบตากันแล้ว อิอิ เราก็ชี้ไปที่ข้าวเหนียวหมูทอด (ห่อละแผ่นบางๆ) พร้อมกับบอกเอาอันนี้ๆอย่างละอันพร้อมกับข้าวห่อนึง เท่าไหร่คะพี่ >> 65 บาทค่ะ หมู อย่างละ 25 บาท ข้าว 5 บาท >> สตั้นไป 10 วินาที ฮ่าๆๆ แพงหูฉี่ น้ำตาจะไหล จ่ายเงินไปแบบเจ็บปวดใจ ฮ่าๆๆ
ทั้งหมดนี่ เรา 2 คน ใช้เวลากินไปกว่า 3 สถานี เพราะซึ้งใจอิ่มซะก่อน ฮ่าๆๆๆ
กินหมดแล้ว อิ่มแล้ว อิ่มไป 2 มื้อ ฮ่าๆๆๆ ได้เวลาเข้าเฝ้าพระอินทร์แล้ว บ่ายสามยังไม่ถึงไหนเลยเธอ เมื่อไหร่จะถึงสักที ปวดตูด >///< ขอตัวงีบสักนิด จะได้ลืมความเจ็บปวดของร่างกาย ฮ่าาา
"ตื่นๆได้แล้ว" เสียงเพื่อนปลุก งัวเงียตื่นขึ้นมาพร้อมกับ ว๊าวววววว วิวสวยมากกกก เธอเอ้ย นี่ละไฮไลท์
| วิวตอนนั่งรถไฟ แม่น้ำแคว |
| ผู้คนยืนรอชมขบวนรถไฟของเรา |
| อีกฝั่งของรถไฟ วิ่งผ่านช่องเขาแคบมาก (เสียวว่าจะขูดหิน ฮ่าาา) |
| ริมหน้าต่าง แพริมน้ำ นักท่องเที่ยวเยอะมาก |
หลังจากนั่งชมวิวจนเพลินตาเพลินใจไปแล้ว บรรยากาศแอบน่ากลัวนะ เพราะครึ้มฟ้าครึ้มฝนตลอดทาง แถมรางไม้ที่ขบวนรถไฟเคลื่อนไป มีทีท่าว่าจะรอดแหล่มิรอดแหล่ ได้แต่ภาวนาให้ผ่านช่องทางนี้อย่างปลอดภัย >///< (นี่มันทางรถไฟสายมรณะเชียวนะ ประวัติศาสตร์มันน่ากลัวด้วยนะเธอออ)
ยังไม่ถึงไหนเลย บ่ายสองกว่าแล้ว ท้องเริ่มร้องอีกแล้ว มองหาของกิน สุดท้ายมาจบกับไอ้นี่
| โดนัท กับ แพนเค้ก รสชาติหวานๆ มันๆ อร่อยดีนะ |
กินเสร็จ นั่งไปเรื่อยๆ สัก 1 สถานี(มั้ง) ก็ถึง เกาะมหามงคล สถานที่ปฏิบัติธรรมอันโด่งดังของเมืองกาญจนบุรี ผู้ใจบุญของเราลงไปแล้ว รวมถึงฝูงชนมากมายที่เบียดเสียดกันมาต่างทยอยลงที่สถานีนี้ เฮ้ออ โล่งแล้วเธอ รถไฟเป็นของเรา ฮ่าาา ผู้ที่เหลือส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นจับกลุ่มกันมา รวมทั้งเรา 2 คนด้วย คนน้อยแล้ว เสียงดังได้ คุยกันได้ เซลฟี่กันได้ ฮ่าๆๆๆ
หลังจากนั่งเม้าท์กับเพื่อนอย่างเมามัน มาได้สักครึ่งชั่วโมง และแล้ว ก็ถึงแล้วเธอ สถานีน้ำตก ดีใจเหมือนได้มงกุฎนางงาม ฮ่าาาา (รถไฟถึงเลทมาก ในตั๋วบอกถึงสถานีน้ำตก 12.35 น. แต่เราถึงกันจริง 15.30 น. ค่า คุณพระ โหดสุด ตุ๊ดรัสเซียมากกก ^O^)
| สถานีน้ำตก สถานีรถไฟสุดท้ายของ รถไฟขบวน กรุงเทพฯ-กาญฯ ( น้ำตกสวยมากและคนก็เยอะมากจริงๆ ) |
| รถโดยสารคันเล็ก ค่าบริการ 20 บาท (น้องๆน่ารักมาก เพราะเห็นพวกเราทำหน้าเอ๋อๆ เพราะคิดว่า ตัวเองขึ้นรถถูกหรือเปล่า ฮ่าๆๆ คุณยายท่านนี้ ก็ไป สังขละฯ เหมือนกัน โชคดีเวอร์ ฮี่ๆ) |
เรายังไม่ถึง อ.ทองผาภูมิ เลยนะ จากสถานีน้ำตกไปถึง สังขละฯ ก็อีก 200 กว่ากิโลเมตร ตอนนี้เกือบ 4 โมงเย็นแล้ว พึ่งได้ขึ้นรถเข้าตัวเมือง ค่าตั๋วประมาณ 80 บาท คนก็เยอะเหมือนเดิมเธอ (จะเยอะไปไหนคะเนี่ย =..='') พอมาถึงในตัวเมือง อ.ทองผาภูมิ พี่รถบัสแกใจดี จัดรถพิเศษให้พวกที่จะไปสังขละฯ ด้วย ดีใจมาก เราจะได้ไม่ต้องวิ่งหารถ เพราะตอนนั้นก็ 5 โมงเย็นแล้ว กว่าจะถึงสังขละฯ ก็อีกไกล มืดแน่ๆ อากาศก็อึมครึมเหลือเกิน ขึ้นรถแล้ว หลับได้ ไว้เจอกันตอนถึง สังขละฯ นะคะ ^____^
แต่........เส้นทางจาก ทองผาภูมิ ไป สังขละฯ ถือว่าเป็นอะไรที่ตื่นเต้นที่สุดในชีวิตที่เคยเจอมาแล้ว สำหรับการนั่งรถบัสขึ้นเขา ทั้ง โค้ง ชัน(ชันมาก) ฝนตกถนนลื่น รั้วกั้นทางไม่มี ทางแคบ หมอกหนา คนเยอะ รถหนัก สารพัด บลาๆๆ ไม่กล้าหลับกันเลยทีเดียว ลุ้นตลอดทาง แต่วิวข้างทางก็สวยมากเลยนะ มองลงไปเจอหมู่บ้านริมแม่น้ำชองการี มีเมฆหมอกลอยผ่าน อย่างเอื่อยแอ่ว ทั้ง 2 ข้างทาง ผู้คนที่นี่เค้าอยู่กันแบบไม่มีไฟฟ้าได้ยังไงกันนะ
เดินทางมานาน จนมืดค่ำไร้แสงเงาใดๆ เราก็ยังไม่ถึงจุดหมาย ฮ่าๆๆๆ โหดดีจริงๆ แต่เอาเถอะวันนี้เราไม่มีทางลืมมันแน่นอน
ติดตามตอนต่อไปได้ที่นี่ค่ะ
http://pangpong1991.blogspot.com/
สังขละบุรี ตอนที่ 2 ภาคประทับใจ
ป้ายกำกับ:
เที่ยวกาญจนบุรี,
สังขละบุรี
ตำแหน่ง:
ขอนแก่น ประเทศไทย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)